วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

12.6 ปัญหาด้านสิทธิและข้อกฎหมาย

1 comments
 
ในปัจจุบันอัตราการขยายตัวของผู้ใช้งานผ่านระบบเครือข่ายและอินเทอร์เนตทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยมีมากขึ้น เป็นการเติบโตที่รวดเร็ว จะเห็นได้จากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เนตในประเทศไทยมีจำนวนมากขึ้นในแต่ละปี หลายล้านคน เกิดสังคมและชุมชนใหม่ๆในโลกไซเบอร์ที่มีทั้งสังคมที่ดีนำมาซึ่งการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การเรียนรู้ การศึกษา การดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ และอื่นๆ

 
 ปัญหาด้านสิทธิและข้อกฎหมาย
แต่ในโลกของสังคมที่แวดล้อมไปด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นำมาซึ่งความสะดวกสบาย เกิดพัฒนาการทางความคิด จากมวลความรู้ ที่มากมายมหาศาลบนโลกเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว กว้างไกล แต่ในความก้าวหน้าของสังคมที่เกิดขึ้น สังคมร้ายที่แอบแฝง มีพัฒนาการในการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคล สิทธิขององค์กรในหลายลักษณะโดยเฉพาะการลุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรง สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง นับมูลค่ามหาศาล ดังนั้น ในทุกๆประเทศรวมทั้งประเทศไทย จึงต้องมีกฎหมายให้การคุ้มครองสิทธิพื้นฐานต่างๆ กฎหมายทางเทคโนโลยีสารสนเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็นในสังคม

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศมิได้มีเฉพาะในด้านดี แต่ยังนำมาซึ่งปัญหาใหม่ๆที่เรียกว่า อาชญากรรมบนเครือข่าย ตัวอย่างเช่น
  1. อาชญากรรมการขโมยข้อมูล
    อาชญากรรมประเภทนี้อยู่ ในรูปของการเข้าถึงระบบเพื่อขโมยความลับ การขโมยข้อมูลสารสนเทศ
  2. แพร่ข้อมูลหลอกลวง
    เป็นการส่งข้อมูลถึงผู้บริโภคด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือข้อมูลหลอกลวง ซึ่งบางเรื่องเกิดการลุกลามแพร่กระจายไปอย่างมาก และรวดเร็ว จนระบบเมล์ขององค์กรหรือหน่วยงานในบางแห่งไม่สามารถที่จะรองรับข้อมูลเมล์ได้ เป็นผลทำให้ระบบล่มทันที
  3. การเผยแพร่ข้อมูลที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
    การละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลโดยการเผยแพร่ข้อมูลหรือรูปภาพต่อสาธารณชน ซึ่งข้อมูลบางอย่างอาจไม่เป็นจริงหรือยังไม่ได้พิสูจน์ความถูกต้องออกสู่สาธารณชน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลโดยไม่สามารถป้องกันตนเองได้ การละเมิดสิทธิส่วน บุคคล เช่นนี้ต้องมีกฎหมายออกมาให้ความคุ้มครองเพื่อให้นำข้อมูลต่างๆ มาใช้ในทางที่ถูกต้อง
  4. การบุกรุกและทำลายข้อมูล
    การเข้าถึงระบบฐานข้อมูลส่วนบุคคลหรือองค์กรโดยที่ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรง ปัจจุบันพบว่ามีเว็บไซต์หลายแห่งทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน ถูกบุกรุกเข้าดู ค้นหา แก้ไข ทำลายข้อมูลที่มีอยู่ในระบบ ทำให้เกิดความเสียหายโดยรวม
  5. การโจมตีเผยแพร่ไวรัส
    ปัจจุบันพบว่า การโจมตีการเผยแพร่ไวรัสไปยังเวปไซต์ ไปยังอีเมล์ต่างๆ นับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขี้น สร้างผลร้ายโดยรวม เป็นอันมาก ยิ่งเทคโนโลยีการใช้สื่อพกพาประเภท Flash drive ที่นิยมกันอย่างมาก ก็ยิ่งเป็นส่วนนำพาแพร่กระจายไวรัสได้มากยิ่งขึ้น
  6. การใช้ช่องทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการประกอบอาชญากรรมหรือสิ่งผิดกฎหมาย
    หน่วยงาน สถานศึกษา สถานที่ราชการหลายแห่ง ได้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาน (WiFi) ซึ่งบางแห่งเป็นบริการสาธารณะเปิดใช้โดยไม่มีระบบการเข้ารหัสการใช้งาน ซึ่งอาจจะมีผู้ใช้ช่องทางนี้ นำไปประกอบอาชญากรรม หรือกระทำความผิด ในลักษณะต่างๆอาทิ การซั่งซื้อของผิดกฎหมาย การก่ออาชญากรรมทางการเงิน การส่งข่าวสารที่เป็นภัยต่อบุคคล ต่อองค์กร ต่อความมั่นคง และในด้านอื่นๆ อีก

 

 
กรอบสาระของกฎหมายที่ถูกระบุไว้ข้างต้นนี้ ถูกใช้เป็นข้อมูลหลักในกระบวนการการจัดทำกฎหมาย ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมวัตถุประสงค์ หรือยุบรวมกันในระหว่างกระบวนการจัดทำกฎหมายได้ ดังจะเห็นได้จากกฎหมายที่มีผลใช้บังคับ คือ พระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ซึ่งเป็นกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศที่ได้รวมเอากรอบสาระของกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ไว้ด้วยกัน พระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มีผลใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2545 กฎหมายดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์อย่างมาก ทั้งต่อตัวผู้กระทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม เพราะกฎหมายดังกล่าวได้ระบุเรื่องการรับฟังพยานหลักฐานที่อยู่ในรูปของสื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้าไว้ด้วย ซึ่งเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้วทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ จะต้องปรับตัวและเรียนรู้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องด้วย การบังคับใช้กฎหมายจึงจะบรรลุตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้
นอกจากนี้ยังมีกฎหมายสำคัญอีกฉบับคือ พระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พศ. 2550 ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหลายต้องรับทราบและเข้าใจ เพราะนอกจากคำว่า “กฎหมาย” จะเป็นเหมือนข้อบังคับสำหรับทุกบุคคล ที่อยู่ใต้บังคับของกฎหมายต้อง รับรู้รับทราบแล้ว รายละเอียดในกฎหมายฉบับนี้ยังเกี่ยวข้องกับสิทธิที่ควรทราบ และบทลงโทษ ที่คนทั่วไปที่ใช้ระบบเครือข่ายสารสนเทศทั่วๆไปอาจละเมิดได้

 

 การวิเคราะห์ปัญหา
 การวิเคราะห์ปัญหาสิทธิและข้อกฎหมายในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศเริ่มทวีความรุนแรง และไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีการอื่นอย่างรวดเร็วหรือเฉียบพลันได้ การกำหนดให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และบทลงโทษของการละเมิดจึงเป็นสิ่งจำเป็น ผู้บริหารระบบสารสนเทศจะต้องระบุข้อกำหนดทางด้านกฎ ระเบียบ ข้อบังคับบทลงโทษ หรือสัญญา ที่จะต้องปฏิบัติตาม เพื่อป้องกันปัญหาสังคมที่จะมากับเทคโนโลยีสารสนเทศ ตัวอย่างเช่น การปฏิบัติตามข้อกำหนดทางลิขสิทธิ์ (Copyright) ในการใช้งานทรัพย์สินทางปัญญา การป้องกันข้อมูลส่วนตัวของพนักงาน เป็นต้น จะสังเกตได้ว่าแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น จะเริ่มจากการแก้ปัญหาที่ตัวบุคคล จากนั้นจะพิจารณาแก้ปัญหาด้วยวิธีการในการสร้างวัฒนธรรมที่ดีในสังคม ก่อนที่จะใช้วิธีการบังคับด้วยกฎหมาย ซึ่งจะใช้กับปัญหาที่รุนแรง อย่างไรก็ตามวิธีการแก้ปัญหาด้วยการบังคับใช้กฎหมายนั้นจะไม่ยั่งยืน ผิดกับแนวทางในการสร้างจริยธรรมในหมู่ผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศโดยตรง ซึ่งในตอนถัดไปจะกล่าวถึงจริยธรรม และกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ ประเด็นการใช้จริยธรรมเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

 
แนวทางการแก้ไขปัญหา
การแก้ปัญหาโดยใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการแก้ไขปัญหาสังคมโดยทั่วไปนั้น การเสริมสร้างจริยธรรมในหมู่สมาชิกในสังคมเป็นทางแก้ปัญหาที่ถูกต้องและยั่งยืนที่สุด แต่ความเป็นจริงนั้นเราไม่สามารถสร้างจริยธรรมให้กับปัจเจกบุคคลโดยทั่วถึงได้ ดังนั้นสังคมจึงได้สร้างกลไกใหม่ขึ้นไว้บังคับใช้ในรูปแบบของวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม อย่างไรก็ตามเมื่อสังคมมีขนาดใหญ่ขึ้น รูปแบบของปัญหาสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จึงมีความจำเป็นจะต้องตราเป็นกฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับ ในลักษณะต่างๆ รวมถึงกฎหมายด้วย ในกรณีของเทคโนโลยีสารสนเทศนี้ก็เช่นกัน การเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ต ทำให้รูปแบบของปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความหลากหลายและยุ่งยากมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีกลไกในรูปของกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศไว้ใช้บังคับ
สำหรับในประเทศไทยก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยได้มีการปฏิรูปกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ระบุว่า “รัฐจะต้องพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และระบบสาธารณูปโภคตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกันทั่วประเทศ”

 

 
 กฎหมายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ควรรู้

 
ในฐานะที่ท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ท่านก็จำเป็นจะต้องศึกษาเรียนรู้กฎหมายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไว้ เพื่อที่จะได้ทราบถึงสิทธิ ข้อความระวัง และการคุ้มครองสิทธิของท่านในฐานะผู้ใช้งาน ประชาชน และผู้เกี่ยวข้องในการใช้ระบบ


กฎหมายด้า เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีหลายฉบับ โดยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
  1. กฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ Computer Relate Crime) :
    เพื่อคุ้มครองสังคมจากความผิดที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารอันถือเป็นทรัพย์ที่ไม่มีรูปร่าง (Intangible Object) ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้ไปแล้ว
     
  2. กฎหมายพาณิชย์อิเล็คทรอนิกส์ (Electronic Commerce) :
    เพื่อคุ้มครองการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต ในด้านต่างปัจจุบันมีกฎหมายที่ประกาศใช้แล้ว คือ พระราชบัญญัติ ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ภายใน พรบ. ฉบับนี้ จะมีส่วนสำคัญในเรื่องของการใช้ลายมืออิเล็กทรอนิกส์ รวมอยู่ด้วย เพื่อให้การใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นที่น่าเชื่อถือ ความมั่นใจให้แก่คู่กรณีในอันที่จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยี เพื่อการลงลายมือชื่อ เช่นเดียวกับการลงลายมือชื่อแบบธรรมดา สามารถระบุตัวบุคคลผู้ลงลายมือชื่อ สามารถแสดงได้ว่าบุคคลนั้นเห็นด้วยกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์กำกับอยู่
     
  3. กฎหมายโทรคมนาคม (Telecommunication Law) :
    เพื่อวางกลไกในการเปิดเสรีให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรมและมีประมิทธิภาพ ทั้งสร้างหลักประกันให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการโทรคมนาคมได้อย่างทั่วถึง (Universal Service) ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ
  • พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543
  • พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551
  • พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๙
  • พรบ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498
  • พรบ.โทรเลขและโทรศัพท์ พ.ศ.2477
  • พรบ.องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2497
  • พรบ.โทรเลขและโทรศัพท์ พ.ศ.2517
  • พรบ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498
  • พรบ.คุ้มครองการดำเนินงานขององค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ.2522
  • พรบ.คุ้มครองการดำเนินงานขององค์การโทรคมนาคมทางดาวเทียมระหว่างประเทศ
  • พรบ.การสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519
  • พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ฯ
  • พรบ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544

นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับ ที่รอการดำเนินการ อาทิ
  • กฎหมายการโอนเงินทางอิเล็คทรอนิกส์ (Electronic Funds Tranfer) :
    เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างหลักประกันที่มั่นคง
  • กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Law) :
    เพื่อคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวจากการนำข้อมูลของบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ
  • กฎหมายการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็คทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange : EDI ) :
    เพื่อที่จะเอื้อให้มีการทำนิติกรรมสัญญาทางอิเล็คทรอนิกส์ได้
  • กฎหมายพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์

 
ปัจจุบันพบว่า อัตราการละเมิดสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นส่วนบุคคล การล่วงละเมิดไปยังองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน มีอีตราแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าใน 20 อันดับของประเทศทั่วโลก ยังไม่ปรากฎประเทศไทย แต่จากการประเมินเฉพาะการละเมิดลิขสิทธิ์ทางด้านซอฟท์แวร์อย่างเดียวโดย BSA ประเทศไทยก็อยู่ในลำดับต้นๆของธุรกิจซอฟท์แวร์เถื่อน นอกจากนี้การบุกรุกเข้าเครือข่ายของภาครัฐและเอกชน เริ่มมี การเข้าถึงระบบอย่างต่อเนื่อง ทำให้หน่วยงาน ทั้งราชการต้องให้ความสำคัญต่อภัยร้ายในด้านนี้ โดยกำหนดลงในเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ว่าด้วยส่วนราชการจะต้องมีระบบรองรับภาวะฉุกเฉินด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งได้ดำเนินการให้ส่วนราชการทุกหน่วยงานในสังกัดของทุกกระทรวง ได้จัดทำแผนสำรองภาวะฉุกเฉินด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นแระจำทุกปี อย่างต่อเนื่อง

One Response so far.

  1. ไม่ระบุชื่อ says:

    เห็นด้วย

Leave a Reply

test

สาระ เนื้อหา เรื่องราว ที่ปรากฎอยู่ในบล็อกแห่งนี้ จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมผลงาน แนวคิด จากการศึกษาเรียนรู้ และประสบการณ์ในการทำงาน รวมถึงการนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น(ซึ่งจะแจ้ง links ต้นทาง) นำมาเผยแพร่ให้กับท่านที่สนใจ ผ่านช่องทางและเวทีบล็อกแห่งนี้ หากท่านต้องการที่จะแนะนำ หรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการจัดทำบล็อกความรู้นี้ ติดต่อพูดคุย(ฝากข้อความ) ได้นะครับ
ขอบคุณที่กรุณาเข้าเยี่ยมชม
mediathailand