|
สำหรับในบทเรียนนี้ ก็คงจะกล่าวเฉพาะ เทคโนโลนีที่เกี่ยวข้อง ก็คือ เทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีสารสนเทศ เท่านั้น
ความหมายของเทคโนโลยี
|
เทคโนโลยี (Technology) มาจากภาษาลาตินว่า Texere แปลว่า การสาน (To weave) หรืออีกนัยหนึ่งมาจากคำว่า "Technologia" ซึ่งมาจากภาษากรีก หมายถึง การทำอย่างมีระบบ ความเจริญในด้านต่างๆ เป็นผลมาจากการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง หรือการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆ โดยอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และประยุกต์มาใช้ในการพัฒนางานทางด้านต่างๆ ที่เรียกว่า "เทคโนโลยี" (Technology) "เทคโนโลยี" หมายถึง การนำเอาขบวนการ วิธีการและแนวความคิดใหม่ๆ มาใช้หรือประยุกต์ใช้อย่างมีระบบ เพื่อให้การ ดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ |
นอกจากนี้ยังมีผู้ให้นิยามและความหมายต่างๆ ไว้ดังนี้
คาร์เตอร์ วี กูด (Carter V.Good, 1973) ให้ความหมายไว้ว่า เทคโนโลยี หมายถึง การนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้งานด้านต่างๆ เพื่อปรับปรุงระบบนั้นๆเจมส์ ดี ฟินส์ (Jemes D.Finn, 1972) กล่าวว่า เทคโนโลยีมีความหมายลึกซึ้งไปกว่าประดิษฐ์กรรม เครื่องมือเครื่องยนต์กลไกต่างๆ แต่หมายถึง กระบวนการ แนวความคิด แนวทาง หรือวิธีการในการคิด ในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง บราวน์ (Brown) กล่าวว่า เทคโนโลยีเป็นการนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้บังเกิดผลประโยชน์ เดล (Dale 1969) ให้ความหมายว่า เทคโนโลยีประกอบด้วยผลรวมของการทดลอง เครื่องมือ และกระบวนการ ซึ่งสิ่งทั้งหลายเหล่านี้เกิดจากการเรียนรู้ ทดลอง และได้รับการปรับปรุงแก้ไขมาแล้ว กัลเบรท (Galbraith 1967) ได้ให้ความหมายของคำว่า เทคโนโลยี ไว้ดังนี้คือ เทคโนโลยี เป็นการใช้อย่างเป็นระบบของวิธีการทางวิทยาศาสตร์ หรือความรู้ต่างๆที่รวบรวมไว้มาใช้อย่างเป็นระบบเพื่อนำไปสู่ผลในทางปฏิบัติ เอดการ์ เดล (Edgar Dale, 1969) ได้ให้ความหมายไว้ว่า เทคโนโลยี มิใช่เครื่องมือ เครื่องยนต์กลไกต่างๆ แต่เป็นแผนงาน วิธีการทำงานอย่างมีระบบ ที่ทำให้งานนั้นบรรลุตามแผนงานที่วางไว้ สารานุกรมเอ็นคาร์ทา (Encarta 1999) ได้ให้ที่มาและความหมายของคำว่า เทคโนโลยี (Technology) ไว้ว่า Technology เป็นคำที่มาจากภาษากรีก 2 คำรวมกัน คือ Tekhne หมายถึง ศิลป หรืองานช่างฝีมือ (art of craft) และ logia หมายถึง สาขาวิชาของการศึกษา (art of study) ดังนั้นถ้าจะแปลตามตัวแล้ว เทคโนโลยี จึงหมายถึง การศึกษาหรือศาสตร์ของงานช่างฝีมือ พจนานุกรมเว็บสเทอร์(Websters 1994) ได้ให้ความหมายของคำว่า เทคโนโลยี ไว้ดังนี้ 1) ก. การใช้ทางวิทยาศาสร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านอุตสาหกรรมและพานิชกรรม ข. องค์รวมทั้งหมดของวิธีการและวัสดุที่ใช้เพื่อบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 2) องค์ความรู้ที่มีอยู่ในอารยธรรมเพื่อใช้ในการเพิ่มพูน ฝึกหัดด้านศิลปะและทักษะความชำนาญ เพื่อให้ได้มาซึ่งวัสดุ |
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมาย "เทคโนโลยี" ไว้ว่า เป็น วิทยาการที่เกี่ยวกับศิลปะ ในการนำเอาวิทยาศาสตร์ประยุกต์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม สิปปนนท์ เกตุทัต (ม.ป.ป. 81) อธิบายว่า เทคโนโลยี คือ การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ มาผสมผสานประยุกต์ เพื่อสนองเป้าหมายเฉพาะตามความต้องการของมนุษย์ด้วยการนำทรัพยากรต่าง ๆ มาใช้ในการผลิตและจำหน่ายให้ต่อเนื่องตลอดทั้งกระบวนการ เทคโนโลยีจึงมักจะมีคุณประโยชน์และเหมาะสมเฉพาะเวลาและสถานที่ และหากเทคโนโลยีนั้นสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม เทคโนโลยีนั้นจะเกื้อกูลเป็นประโยชน์ทั้งต่อบุคคลและส่วนรวม หากไม่สอดคล้องเทคโนโลยี นั้น ๆ จะก่อให้เกิดปัญหาตามมามหาศาล ก่อ สวัสดิพาณิชย์ (2517): การนำเทคโนโลยีมาใช้กับงานในสาขาใดสาขาหนึ่งนั้น เทคโนโลยีจะมีส่วนช่วยสำคัญ 3 ประการ และถือเป็นเกณฑ์ในการพิจารณานำเทคโนโลยีมาใช้ด้วย คือ 1. ประสิทธิภาพ ( Efficiency ) เทคโนโลยีจะช่วยให้การทำงานบรรลุผลตามเป้าหมายได้อย่างเที่ยงตรงและรวดเร็ว 2. ประสิทธิผล ( Productivity ) เป็นการทำงานเพื่อให้ได้ผลผลิตออกมาอย่างเต็มที่มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อให้ได้ประสิทธิผลสูงสุด 3. ประหยัด ( Economy ) เป็นการประหยัดทั้งเวลาและแรงงานในการทำงานด้วยการลงทุนน้อยแต่ได้ผลมากกว่าที่ลงทุนไป |
จากแนวคิดต่างๆ อาจกล่าวได้ว่า " เทคโนโลยี " หมายถึง การนำแนวคิด หลักการ เทคนิค วิธีการ กระบวนการ ตลอดจนผลิตผลทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในระบบงานต่างๆ เพื่อปรับปรุงระบบงานนั้นๆ ให้ดีขึ้น และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันในวงการต่างๆ เช่น เกษตร แพทย์ อุตสาหกรรม ธุรกิจ ทหาร ต่างก็นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาขาวิชาชีพของตนอย่างเต็มที่ อันจะเอื้ออำนวยในด้านต่างๆ |
ลักษณะของเทคโนโลยี
| ||
สามารถจำแนกออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ (Heinich , Molenda and Russell. 1993 : 449) 1. เทคโนโลยีในลักษณะของกระบวนการ ( process) เป็นการใช้อย่างเป็นระบบของวิธีการทางวิทยาศาสตร์หรือความรู้ต่างๆที่ได้รวบรวมไว้ เพื่อนำไปสู่ผลในทางปฏิบัติ โดยเชื่อว่าเป็นกระบวนการที่เชื่อถือได้และนำไปสู่การแก้ปัญหาต่าง ๆ 2. เทคโนโลยีในลักษณะของผลผลิต (product) หมายถึง วัสดุและอุปกรณ์ที่เป็นผลมาจากการใช้กระบวนการทางเทคโนโลยี 3. เทคโนโลยีในลักษณะผสมของกระบวนการและผลผลิต (process and product) เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งมีการทำงานเป็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวเครื่องกับโปรแกรม
| ||
ความสำคัญ
|
ปัจจุบันเทคโนโลยีซึ่งมาจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์มีมากมายและเกี่ยวพันกับชีวิตทั้งการดำรงชีวิต การผลิตของเครื่องใช้การผลิตสินค้า การประกอบธุรกิจอันเนื่องมาจากการค้นคว้าทดลองของนักวิทยาศาสตร์ เมื่อค้นพบหลักการก็นำมาประยุกต์ เช่น เครื่องจักรกลต่างๆ ยานพาหนะที่เดินทางด้วยพลังงานจากเชื้อเพลิงหรือไฟฟ้า เครื่องทุ่นแรงขนาดใหญ่ที่สามารถเทียบเท่ากับคนเป็นสิบๆ คน เช่น แบ็คโฮ และที่สำคัญในขณะนี้เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับข่าวสารข้อมูลส่งผลให้การสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว ได้ยินทั้งเสียง เห็นทั้งภาพและสามารถจะเป็นการสื่อสารทั้งสองฝ่ายได้ในเวลาเดียวกัน ขณะเดียวกันการคมนาคม การขนส่งก็สามารถกระทำได้กว้างไกลจนถึงกับเดินทางไปดวงจันทร์ ระยะทางที่เคยใช้เวลานานเป็นเดือนๆลดเหลือเป็นชั่วโมง ทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวนี้คือบทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งสังคมสมัยใหม่ยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ แต่วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่กล่าวมาแล้วนั้นจำเป็นต้องมีการจัดการอย่างถูกต้อง โดยรับและเลือกใช้อย่างชาญฉลาดเพื่อจะก่อประโยชน์อย่างแท้จริงต่อสังคมมนุษย์ เพราะถ้ารับเทคโนโลยีมาโดยขาดการพินิจพิจารณาอาจจะนำไปสู่ผลเสียได้โดยไม่รู้ตัว ทั้งผลโดยตรงและผลข้างเคียง ตัวอย่างเช่น การสร้างโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากมายเพื่อเพิ่มผลผลิต นำสินค้าที่จำเป็นในการดำรงชีวิตมาจำแนกแจกจ่ายให้กับประชาชนในสังคม อาจจะก่อผลเสียคือปัญหามลพิษและปัญหาสภาพแวดล้อม ทำลายสุขภาพเทคโนโลยีในการทำลายล้างซึ่งนำมาใช้ในสงครามก็อาจไปไกลถึงกับสามารถสังหารหมู่ได้เป็นแสนๆ คนภายในพริบตาเดียว นอกเหนือจากนั้นประโยชน์ที่ได้จากวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ซึ่งนำไปสู่ความเติบโตมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต การเป็นฐานอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจอาจจะนำไปสู่ผลลบซึ่งถูกมองข้ามอย่างน่าเสียดาย นั่นคือสภาวะการเสื่อมโทรมจิตใจของมนุษย์ก่อให้เกิดความโลภ ละโมบโดยไม่สิ้นสุดการฉ้อราษฎร์บังหลวง รวมทั้งการนำไปสู่การรุกรานเข่นฆ่าเพื่อยึดครองแผ่นดินและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศอื่น ดังที่ เลนินเคยกล่าวว่าลัทธิล่าอาณานิคมเป็นจุดสูงสุดของระบบทุนนิยม เมื่อตลาดอิ่มตัวและต้องการวัสดุและแรงงานที่ถูกกว่า ก็จะใช้กำลังรุกรานประเทศอื่น ลัทธิล่าอาณานิคมเกิดขึ้นได้จากการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันได้แก่ ปืนไฟและเรือกลไฟ ซึ่งมีอำนาจทำลายสูง การพัฒนาเทคโนโลยีในการทำลายล้างพัฒนาขีดความรุนแรงมากขึ้น การทำลายสูงสุดของเทคโนโลยีสมัยใหม ่คือการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิม่าและนางาซากิ และในยุคสงครามเย็นโลกหมิ่นเหม่ที่จะถูกทำลายล้างด้วยสงครามนิวเคลียร์ ความเจริญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงต้องตามมาด้วยความเจริญทางเทคโนโลยีสังคม (social technology) ซึ่งได้แก่ วิทยะกรรมวิธีการจัดการกับสังคมมนุษย์ทั้งภายใน และระหว่างประเทศ ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยได้ประโยชน์สูงสุดต่อคนส่วนใหญ่ มีชีวิตที่มีความสุข และมีสังคมที่น่าพึงประสงค์เทคโนโลยีสังคมที่สำคัญคือ การสถาปนาระบบการเมืองการปกครอง ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของคนส่วนใหญ่ในสังคมเคารพสิทธิเสรีภาพ และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ที่สำคัญต้องสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เทคโนโลยีทางสังคมที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง การบริหารต้องเป็นเทคโนโลยีที่สามารถจัดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน สังคมใดก็ตามที่ขาดเทคโนโลยีสังคมที่กล่าวมาแล้วนั้น ถึงแม้จะสามารถพัฒนาหรือซื้อเทคโนโลยีที่เกิดจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ โดยนักฟิสิกส์ เคมี และชีวะ นำมาเป็นประยุกต์โดยวิศวกรได้ แต่ก็ไม่สามารถจะเอื้ออำนวยประโยชน์ได้เต็มที่เพราะตราบเท่าที่เทคโนโลยีสังคม ไม่สามารถสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกันโดยสันติสุข มีกฎกติกาและกฎเกณฑ์อันสามารถจะทำนายพฤติกรรมของมนุษย์ได้ในระดับหนึ่ง ความเจริญทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเจริญทางวัตถุอาคารบ้านเรือน ตึกรามบ้านช่อง ตึกระฟ้า หรือความทันสมัยในทุกๆด้านก็จะเปรียบเสมือนเปลือกนอก โดยสิ่งเหล่านั้นจะอยู่บนฐานที่เปราะบางและง่อนแง่น ดังนั้น ถึงแม้มนุษย์จะประสบความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่เมื่อขาดเทคโนโลยีสังคมที่สามารถจัดการกับความสำเร็จดังกล่าว ก็จะนำไปสู่ความล้มเหลวของสังคมมนุษย์โดยสิ้นเชิง การเกิดสงครามโลกสองครั้ง และการที่ยังมีสงครามปรากฏอยู่ทุกวันนี้รวมทั้งความวุ่นวายทางการเมืองของประเทศต่างๆ บ่งชี้ถึงความล้มเหลวทางเทคโนโลยีทางสังคม เทคโนโลยี สังคมที่สำคัญคือ ความสามารถในการจัดการกับความขัดแย้งทั้งภายในและระหว่างประเทศ ความสามารถในการพัฒนาระบบการเมืองการปกครองบริหารที่ทำงานได้ผล ความสามารถในการสร้างวัฒนธรรมทางจิตใจ ที่ตั้งอยู่บนฐานของความยุติธรรมเป็นธรรม ความเอื้ออาทรและเมตตาอารีต่อกัน |